ปัจจัยกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
1.
ปัจจัยกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับต่างประเทศ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
1.1
ปัจจัยภายในประเทศไทย
-
สภาพการเมืองภายในของไทย (อุดมการณ์ทางการเมือง ระบบการเมือง
ปัจจัย-เกี่ยวกับสภาพผู้นำทางการเมือง
บทบาทของกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ มติมหาชน ฯลฯ)
-
ปัจจัยด้านประวัติศาสตร์
(ความเป็นไปในทางประวัติศาสตร์หรือความสัมพันธ์ที่ไทยมีกับประเทศนั้นๆ
ในอดีต
ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศที่ต้องการอธิบาย)
-
ปัจจัยด้านภูมิศาสตร์ (สภาพที่ตั้งของประเทศ การมีพรมแดนติดต่อกัน การเป็นจุดยุทธศาสตร์
การต้องอาศัยพึ่งพากันในฐานะที่ประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นจุดที่มี
เมืองท่าในการขนส่งสินค้า หรือประเทศใดประเทศหนึ่งต้องอาศัยประเทศอีกประเทศหนึ่งในการติดต่อกับประเทศอื่นๆ ฯลฯ)
เมืองท่าในการขนส่งสินค้า หรือประเทศใดประเทศหนึ่งต้องอาศัยประเทศอีกประเทศหนึ่งในการติดต่อกับประเทศอื่นๆ ฯลฯ)
-
ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ
(ระบบเศรษฐกิจ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
แนวนโยบายของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจ ฯลฯ)
-
ปัจจัยด้านสังคมและวัฒนธรรม
(ความคล้ายคลึงหรือความแตกต่างกันทางด้านวัฒนธรรม ศาสนา
ขนบประเพณี ความเชื่อต่างๆ
อัตลักษณ์เฉพาะตนของแต่ละประเทศ
ความรู้สึกหวาดระแวงคนต่างชาติ ฯลฯ)
1.2
ปัจจัยภายนอกประเทศไทยหรือปัจจัยระหว่างประเทศ
-
สภาพการเมืองระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียซึ่งเป็นภูมิภาคที่ไทยตั้งอยู่
-
สภาพการเมืองระหว่างประเทศระดับโลก โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจที่ส่งผลกระทบต่อการกำหนดนโยบายต่างประเทศของไทย
-
ทิศทางการดำเนินนโยบายต่างประเทศของประเทศที่ประเทศไทยไปมีการติดต่อด้วย
2. นโยบายต่างประเทศของไทย
ในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของประเทศต่างๆ
ลักษณะของนโยบายต่างประเทศมีทั้งนโยบายที่ใช้วิธีการทหารและวิธีการทูต
ลักษณะนโยบายต่างประเทศของไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีหลายนโยบาย อาทิ นโยบายการทูตบรรณาการ นโยบายสร้างรัฐกัน-กระทบ นโยบายแบ่งแยกและปกครอง นโยบายรักษาสถานภาพเดิม นโยบายเผชิญหน้าทางทหาร นโยบายแผ่ขยายอำนาจ นโยบายแสวงหาพันธมิตร นโยบายถ่วงดุลระหว่างมหาอำนาจ นโยบาย-สนลู่ลม นโยบายพึ่งพิงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง นโยบายรอบทิศทาง นโยบายเกี่ยวพันอย่างสร้างสรรค์ เป็นต้น
3.
ลักษณะการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศต่างๆ แบ่งออกเป็น
3.1 ความสัมพันธ์ทางด้านการเมือง ซึ่งจะแสดงออกในลักษณะของการติดต่อสัมพันธ์กันในเชิงการทูต
การเข้าร่วมเป็นพันธมิตรระหว่างกันทั้งในเวทีการเมืองระหว่างประเทศระดับโลกและระดับภูมิภาค
(ทั้งนี้ การเป็นพันธมิตรจะมีรูปแบบในการดำเนินการได้หลากหลายรูปแบบ) การแสดงออกซึ่งการสนับสนุนหรือการไม่สนับสนุนนโยบายหรือการดำเนินการของประเทศที่ไทยไปมีความสัมพันธ์ด้วยในรูปแบบต่างๆ
3.2
ความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ
ซึ่งจะครอบคลุมในเรื่องของการค้า
การลงทุน
การให้ความช่วยเหลือในทางเศรษฐกิจ การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของไทยที่ส่งผลกระทบต่อประเทศที่ไทยไปมีความสัมพันธ์ด้วย หรือ การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของประเทศที่ไทยไปมีความสัมพันธ์ด้วย ซึ่งผลกระทบต่อประเทศไทย
การให้ความช่วยเหลือในทางเศรษฐกิจ การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของไทยที่ส่งผลกระทบต่อประเทศที่ไทยไปมีความสัมพันธ์ด้วย หรือ การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของประเทศที่ไทยไปมีความสัมพันธ์ด้วย ซึ่งผลกระทบต่อประเทศไทย
3.3 ความสัมพันธ์ทางด้านการทหาร
แสดงออกให้เห็นเป็นรูปธรรมในลักษณะของการเป็นพันธมิตรทางทหาร การช่วยเหลือสนับสนุนกันทางด้านกองกำลังและอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งในรูปของการแลกเปลี่ยนซื้อขายอาวุธระหว่างกัน การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการทหาร
การร่วมฝึกซ้อมรบ เป็นต้น
การร่วมฝึกซ้อมรบ เป็นต้น
3.4
ความสัมพันธ์ทางด้านสังคมและวัฒนธรรม
อาจจะพิจารณาได้จากการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน การให้ความช่วยเหลือทางด้านสังคมในมิติต่างๆ
เช่น การให้ทุนการศึกษา การร่วมมือทางวิชาการ
การให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนกันทางด้านสาธารณสุข กฎหมาย
สิทธิมนุษยชน
การรักษาสภาวะสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น